top of page
ค้นหา

CBG (ซีบีจี) รวมเอาความสุดยอดของ THC และ CBD

เมื่อพูดถึงสารสกัดจากกัญชง - กัญชา ที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ คนทั่วไปจะนึกถึงสาร ซีบีดี (Cannabidiol (CBD)) และ ทีเอชซี (Tetrahydrocannabinol (THC)) แต่หลายคนยังไม่รู้ว่า จริงๆแล้วในกัญชง - กัญชา มีสารอีกกว่าร้อยชนิด แต่สารเหล่านั้นมีปริมาณไม่มากเท่ากับสารซีบีดี และทีเอชซี จึงไม่ค่อยมีใครพูดถึง และไม่ค่อยมีงานวิจัยเกี่ยวกับการนำสารเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์กันมากนัก สารตัวหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือสาร ซีบีจี (Cannabigerol (CBG))


ซีบีจีถูกค้นพบขึ้นในปีค.ศ. 1964 ที่อิสราเอลโดยนักวิจัยกัญชาศาสตร์ชื่อ Yehiel Geoni และ Raphael Mechoulam. โดยค้นพบว่า ซีบีจี (CBG) ไม่มีผลทางจิตประสาท และยังเป็นสารตั้งต้นที่สามารถนำไปรักษาร่วมกับโรคอื่นๆได้อีกหลายโรคอีกด้วย


การเกิดขึ้นของ CBG (ซีบีจี) ในพืชกัญชา


ในระหว่างที่ต้นกัญชากำลังเจริญเติบโตนั้น ก็ได้ผลิตสารที่ชื่อ ซีบีจีเอ cannabigerolic acid (CBGA) ออกมา ซึ่งเป็นสาร cannabinoid ชนิดแรกที่ก่อตัวขึ้นในพืชกัญชา

สารตั้งต้นของพืชกัญชานั้นมี 3 ชนิดหลักด้วยกัน โดยที่กรด cannabigerolic acid (CBGA) มีความสามารถที่โดดเด่นในการแปลรูปเป็น tetrahydrocannabinolic acid (THCA), cannabidiolic acid (CBDA), หรือ cannabichromenic acid (CBCA).

ด้วยการกระตุ้นของแสงและความร้อน สารประกอบเหล่านี้จะเปลี่ยนสภาพจาก กรด เป็น THC, CBD และ CBC โดยการเปลี่ยนสภาพจะใช้เวลาระหว่าง 6-8 สัปดาห์ ในช่วงรอบการออกดอกของพืช เพราะธรรมชาติถูกสร้างให้สารเหล่านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพ ซีบีจี (CBG) จึงมักโดนอ้างว่าเป็น "Stem Cell" ของสาร Cannabinoids อยู่บ่อยครั้ง และยังถูกนำมาค้นกว่าวิจัย เพื่อหางานวิจัยใหม่ๆเพิ่ม


CBG มีผลต่อร่างกายอย่างไร ?


CBG (ซีบีจี) เป็นสารตั้งต้นของทั้ง ทีเอชซี และซีบีดี ทำให้ซีบีจีมีคุณสมบัติในทางการแพทย์ เหมือนกับการนำข้อดีของซีบีดีและทีเอชซี มารวมเข้าไว้ด้วยกัน


โดยการทำงานของ CBG (ซีบีจี) นั้นจะทำงานในร่างกายมนุษย์เราได้โดยโต้ตอบกับ endocannabinoid system (ECS). โดย ECS นั้นทำหน้าที่สนับสนุนสภาวะสมดุล (กระบวนการควบคุมตนเองที่ช่วยให้ระบบชีวภาพของเรายังคงมีเสถียรภาพและทำงานได้)


ส่วนประกอบสำคัญใน ECS อยู่ 3 ส่วน :

  • Cannabinoid receptors (ตัวรับแคนนาบินอยด์) - CBG โต้ตอบกับทั้งตัวรับ CB1 และ CB2

  • Endocannabinoids (เอ็นโดแคนนาบินอยด์) - เชื่อกันว่า CBG ช่วยเพิ่ม anandamide ซึ่งเป็น endocannabinoid ที่สำคัญ

  • Metabolic Enzymes (เอนไซม์เผาผลาญ) - CBG ถูกสร้างให้เพื่อที่จะไปรบกวนกับตัวที่สร้างสารที่สร้างผลทางจิตประสาทของTHC

CBG (ซีบีจี) โต้ตอบกับตัวรับ Cannabinoids ของเรา


ตัวรับ cannabinoid มีสองประเภทหลัก CB1 และ CB2 ตัวรับ CB1 จะพบได้ในระบบประสาทและสมอง ในขณะที่ตัวรับ CB2 จะอยู่ในระบบภูมิคุ้มกันและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย


แม้ว่ามันจะโต้ตอบกับตัวรับทั้งสอง แต่ CBG ส่วนใหญ่ผูกมัดกับ CB2 เมื่อรวมกันแล้ว ตัวรับ CB1 และ CB2 จะควบคุม neurohormones ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการทางสรีรวิทยาอย่างแข็งขัน ซึ่งรวมถึงอารมณ์การตอบสนองต่อความเจ็บปวด และความอยากอาหาร เมื่อ cannabinoids เช่น CBG มีปฏิสัมพันธ์กับตัวรับเหล่านี้จะกระตุ้นการตอบสนอง และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา


ซีบีจี ไม่จัดอยู่ในรายการสารเสพติดตามกฏหมายยาเสพติดสากล ซีบีจี ไม่ทำให้เกิดการเสพติด ไม่ทำให้เมาและไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทของผู้ใช้ ถ้ามีการนำ ซีบีจี มาใช้ร่วมกับทีเอชซี สารซีบีจีจะช่วยลดผลข้างเคียงของทีเอชซี เช่น ทำให้อาการเมาทีเอชซีลดลง ทำให้ฤทธิ์ทางจิตของทีเอชซีลดลง เป็นต้น

จากการวิจัยพบว่า สารซีบีจีมีประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ออทิสติก ไบโพล่า ลมชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และโรค ฮันติงตัน เป็นต้น

ซีบีจีช่วยป้องกัน และรักษาโรคระบบประสาทที่ถูกทำลายจากอุบัติเหตุ จากการเสื่อมสภาพ หรือจากโรคต่างๆ ซึ่งนักวิจัยได้ทำการทดลอง โดยการให้สารเคมีที่ทำลายระบบประสาทหนู คล้ายๆกับการเกิดโรคฮันติงตัน หลังจากนั้น นักวิจัยได้ให้สารซีบีจีกับหนูเพื่อทำการรักษา


จากการทดลองพบว่า ซีบีจีช่วยชะลอความเสียหายของระบบประสาท และทำให้ระบบประสาทไม่ถูกทำลายไปมากกว่าเดิม

ตัวอย่างของโรคที่สามารถใช้ซีบีจีเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบประสาทถูกทำลายมากไปกว่าเดิม ได้แก่โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดในสมอง และโรคฮันติงตัน


นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า สารซีบีจีจะเข้าไปกระตุ้นตัวรับแอลฟ่า 2 (alpha-2 receptor) ในก้านสมอง ส่งผลให้ความเครียดลดลง ความโกรธลดลง ลดความดันโลหิตลดลง ช่วยให้สมองทำงานให้ได้ดีขึ้น และช่วยให้ความจำดีขึ้น


นอกจากซีบีจีจะไปกระตุ้นตัวรับ แอลฟ่า 2 แล้ว ซีบีจียังเข้าไปปิดตัวรับ 5HT1A ด้วย ซึ่งจากการทดลองพบว่าการปิดตัวรับ 5HT1A ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น และความจำดีขึ้น ปัจจุบันได้มีการนำสารซีบีจีมาใช้ทดลองรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์บ้างแล้ว


CBG (ซีบีจี) ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมอง ต่อต้านแบคทีเรีย ต่อต้านเนื้องอก ชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า ซีบีจีสามารถลดอาการปวดได้ดีเยี่ยม ดีกว่าทั้งทีเอชซี และซีบีดี

นอกจากผลของซีบีจีที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว งานวิจัยอื่นๆ ยังแสดงให้เห็นว่า สารซีบีจี มีผลดังต่อไปนี้

  1. ซีบีจีช่วยต่อต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่

  2. นักวิจัยจากอิตาลีและอิสราเอล พบว่าสารซีบีดี (CBD) ซีบีจี (CBG) และซีบีซี (CBC) ช่วยชะลอการเติบโตของเนื้องอก และต่อต้านการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง เมื่อเนื้องอกโตช้าลง เซลล์มะเร็งลามช้าลง ก็ช่วยให้ยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งได้

  3. ซีบีจีต่อต้านการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น Methicillin-resistant staphylococcus aureus (MRSA) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้

  4. ซีบีจีช่วยต่อต้านโรคสะเก็ดเงิน และกลาก

  5. ซีบีจีต่อต้านลำไส้อักเสบได้อย่างดีเยี่ยม จากการวิจัยพบว่า สาร CBG ทำให้การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง (ไนตริกออกไซด์ทำให้เกิดการอักเสบ) เมื่อไนตริกออกไซด์ลดลง การอักเสบในเยื่อบุลำไส้ก็ลดลงด้วย

 
เนื้อหาอ้างอิงจาก : หนังสือ "กัญชารักษามะเร็ง" เรียบเรียงโดย สมยศ ศุภกิจไพบูลย์ (หน้าที่ 71-76)
รูปภาพ และ เนื้อหาเพิ่มเติมอ้างอิงจาก : What is CBG? (Cannabigerol) A Guide For Cannabis and CBD Enthusiasts ; CannaInsider, https://www.cannainsider.com/reviews/what-is-cbg/
ดู 70 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page