top of page
ค้นหา

สันดานไม่ดีอ้างเมากัญชา...เรามาวิเคราะห์กันว่าเป็นไปได้หรือไม่

อัปเดตเมื่อ 23 มี.ค. 2565

น่าตลกที่เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่มีตัวแทนจากภาคประชาชนไปยื่นหนังสือ เพื่อติดปีกเสรีให้กัญชาไทยแต่กลับมีข่าวออกมาโจมตีกัญชาอย่างจังเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา... ทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่ากัญชาเป็นผู้ร้ายในเรื่องนี้ แล้วอนาคตของผู้ป่วยที่รอคอยกัญชาต่อจากนี้ไป ชีวิตของพวกเค้าจะเป็นเช่นไร...


เรามาหยิบเอาข่าวที่ทางสำนักข่าวได้พูดถึงกัญชา แล้วมาตีความกันดูว่า ฤทธิ์ของกัญชา สามารถทำให้คนมีความสามารถในการโจมตีผู้อื่นได้หรือไม่ ?

วันที่ 15 มี.ค.65 พ.ต.อ อภิชาติ ทองจันดี ผู้กำกับ สน.หนองเขม ให้ข้อมูลกับทีมข่าวช่อง One31 จากกรณี แม่โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดบนรถเมล์ สาย 80 เพื่อตามล่าหาผู้ก่อเหตุ ถีบหัวลูกชายบนรถเมล์ หลังลูกชายนั่งรถกลับบ้านพักย่านหนองแขม หลังเลิกงานพาร์ทไทม์ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ห้างแห่งหนึ่งย่านบางแค


จากภาพวงจรปิดบนรถเมล์สาย 80 จะเห็นมีชายคนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัย ใส่เสื้อยืด นุ่งกางเกงขายาวสีดำ รอจังหวะให้รถเมล์จอดที่ป้ายบริเวณช่วงซอยเพชรเกษม 81 ก่อนใช้เท้าถีบเข้าไปที่ใบหน้าน้องผู้ชาย ที่กำลังนั่งอยู่แบบไม่รู้ตัว ซึ่งหลังก่อเหตุเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถเมล์กำลังจอดเข้าป้ายรถประจำทาง ผู้ก่อเหตุรีบกระโดดลงจากรถ และวิ่งหนีเข้าไปในซอยเพชรเกษม 81 ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ช่วงเวลา 21.56 น. คืนวันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม

ล่าสุด พ.ต.อ อภิชาติ ทองจันดี ผู้กำกับ สน.หนองแขม ยืนยันว่าทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างการนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนต้องแยกสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจนำชายผู้ก่อเหตุอายุ 22 ปี ที่ก่อเหตุ มาให้ผู้ปกครองและลูกชี้ชายชี้ตัวแล้ว โดยผู้ก่อเหตุพยายามขอโทษ ขอไกล่เกลี่ย ยอมความ และชดใช้ค่าทำขวัญ แต่ด้านแม่ผู้เสียหายไม่ยอมความ และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยสาเหตุที่ลงมือ อ้างว่าเมากัญชาแล้วเข้าใจผิดว่าเป็นอริเก่า จึงใช้เท้าถีบดังที่ปรากฎในภาพ

ขณะแม่ผู้เสียหาย ยืนยันว่า น้องไม่เคยมีเรื่องกับใคร เพราะไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน และเพิ่งจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือได้เพียง 5 วัน และตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าลูกชายเป็น ‘เด็กช่าง’ เพราะวันเกิดเหตุลูกชายสวมชุดยูนิฟอร์มร้านก๋วยเตี๋ยว เป็นชุดเอี๊ยม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเสื้อช็อป และปักโลโก้ร้านและข้อความ ‘พระนคร’ อาจเป็นไปได้ที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด ว่าเป็นชื่อสถาบัน แต่ลักษณะขอเสื้อเป็นเอี๊ยมไม่ใช่ช็อป ผู้ก่อเหตุอาจจะตาลาย

โดยในวันนี้เวลา 11.00 น. ตำรวจจะเชิญแม่และผู้เสียหาย รวมถึงผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย

ข้อสงสัย : ด้วยข้ออ้างของผู้กระทำผิดที่อ้างว่า “เมากัญชา” เราจึงนำข้อสังเกตุจากที่อ่านในข่าวมาวิเคราะห์ว่า เพราะเหตุใด ผู้กระทำผิดถึงไม่ได้เมากัญชาจริงอย่างที่ข่าวกล่าวไว้ แต่เป็นการใส่ร้ายพืชกัญชาไปทางที่ลบและเสื่อมเสีย

1. รอจังหวะให้รถเมล์จอดที่ป้าย / ก่อนใช้เท้าถีบเข้าไปที่ใบหน้าน้องผู้ชาย / ซึ่งหลังก่อเหตุเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถเมล์กำลังจอดเข้าป้ายรถประจำทาง ผู้ก่อเหตุรีบกระโดดลงจากรถ และวิ่งหนีเข้าไปในซอย : นับต้องเรียกได้ว่าเป็นคนที่ใช้กัญชาแล้วไม่มีผลต่อสภาพจิตใดๆเลย เพราะฤทธิ์ของกัญชาที่แท้จริงนั้น ไม่สามารถทำให้คนสมองของคนสั่งการให้เกิดการคุ้มคลั่งได้

จากการค้นพบที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารกรมการแพทย์ ปีท่ี 42 ฉบับท่ี 4 กรกฎาคม-สิงหาคม 2560 โดยภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ระบุไว้ว่า


จากผลวิเคราะห์และการเก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะเห็นได้ชัดว่า บุคคลที่ใช้กัญชานั้น ไม่เคยและไม่สามารถไปทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่นได้












นี่เป็นเพียงแค่ผลสำรวจและวิเคราะห์จาก 1 ที่, แต่ยังมีอีกหลายๆผลการวิจัยที่บ่งบอกว่า กัญชาไม่สามารถที่จะทำให้บุคคลสามารถมีอารมณ์รุนแรงและอยากไปทะเลาะวิวาทได้ ไม่สามารถที่จะเป็นไปได้กับบุคคลที่ใช้กัญชา


และจากผลสำรวจทางการแพทย์ อ้างอิงจากหนังสือ กัญชาทางการแพทย์เขียนโดย ไมเคิล แบกเกส (คำนิยมโดย นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ได้ระบุไว้ว่ากัญชาสามารถรักษาผู้ป่วยที่มีโรคดังกล่าวได้ อันจึงเป็นที่ขัดต่อการกระทำของบุคคลในข่าว โดยรายละเอียดที่กัญชาสามารถรักษาได้นั้นรวมถึงอาการ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว, ภาวะซึมเศร้า, ไมเกรนหรือปวดศีรษะ, ปวดประสาท, โรคเส้นประสาท, โรคย้ำคิดย้ำทำ, อาการปวดหลอนที่แขนขา, ภาวะผิดปกติทางจิตใจหลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD), กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข, โรคจิตเภทหรือโรคจิต, โรคเสียงอื้อในหู, อาการวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า, ความรู้สึกไม่สบายตัวทั่วไป, สมาธิสั้น, ความไม่สงบภายใน และหงุดหงิดง่าย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโรคและอาการที่กัญชาสามารถรักษาได้ หรือผู้ป่วยที่มีโรคหรืออาการเหล่านี้อยู่นั้น ล้วนมีความจำเป็นต้องใช้กัญชาในการช่วยรักษาในมีชีวิตที่ง่ายขึ้นและสุขภาพดีขึ้นได้นั่นเอง


ขอสรุปว่า จากประสบการณ์ที่ศึกษาและรู้จักพืชกัญชามา คนที่ดูด/สูบหรือใช้กัญชาจริงๆ จะไม่มีการตอบสนองทางสมองให้ความคิดไปในทางที่เป็นด้านลบได้ เพราะจากที่กล่าวข้างต้น ถ้าหากบุคคลดังกล่าวซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดและอ้างว่าใช้กัญชาจริง ความประพฤติของผู้ที่กระทำผิดนั้นขัดแย้งต่อฤทธิ์ของกัญชาที่ออก ซึ่งอาจะมีโรคที่เป็นอยู่เช่น โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว, โรคไม่สงบภายใน และหงุดหงิดง่าย ดั้งนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่บุคคลดังกล่าวที่กระทำความผิดนั้นประพฤติตนอย่างที่ข่าวได้กล่าวไว้หรือบุคคลดังกล่าวได้อ้างไว้


การที่องค์ความรู้ดั้งเดิมและประสบการณ์การใช้กัญชาหยุดชะงักไปนานกว่า 80 ปี โจทย์สำคัญในการกลับมาของกัญชาคือ การส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ในการใช้กัญชาในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสมและใช้เมื่อจำเป็นโดยไม่ปฏิเสธการรักษาแผนปัจจุบันที่ได้รับอยู่จนทำให้เสียโอกาสที่อาการจะดีขึ้นหรือหายจากโรค เช่น การหยุดยาแผนปัจจุบัน หรือไม่ไปหาหมอ ทั้งที่โรคนั้นสามารถรักษาได้ภายใต้ระบบบริการสาธารณสุขที่มีอยู่ พึงละรึกเสมอว่า

  • ยาต้องปลอดภัย มีการระบุสารสำคัญ มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้

  • โรคที่ผู้ป่วยเป็นนั้นมีความจำเป็นต้องใช้ยาจากกัญชาหรือไม่หรือมีทางเลือกที่ปลอดภัยและประหยัดกว่า

  • ต้องรู้ขนาดการกิน ระยะเวลาในการกิน รู้ว่าอาการข้างเคียงในขนาดที่กินมีอะไรบ้าง เช่น ง่วง เพื่อหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เป็นต้น

  • การใช้ยากัญชาจะส่งผลต่อโรคอื่น หรือมีผลต่อยาที่กินเพื่อรักษาโรคนั้นๆ หรือไม่ และอย่างไร

จากประสบการณ์ของแอดมิน การใช้กัญชานั้นส่วนใหญ่ทำให้บุคคลที่ใช้มีความคิดที่ไปทางด้านบวก หรือ คนที่มีอาการหงุดหงิดอยู่สามารถเปลี่ยนไปใจเย็นลงและอารมณ์ดีขึ้นได้ นอกเสียจากบุคคลดังกล่าวมีการใช้กัญชาที่คุณภาพต่ำและใช้ร่วมกับสิ่งเสพติดชนิดอื่นที่ร้ายแรง ซึ่งที่กล่าวมานี้ก็ได้มีจดหมายที่มาจากคนที่มีประสบการณ์ตรงกับพืชกัญชาส่งมาจากทางบ้าน


ประสบการณ์จากคุณอุทัย จังหวัดเชียงใหม่


"ผมเคยสูบกัญชาโดยใช้บ้องกัญชาและมวนสูบหรือพันลำ (ภาษาสูบกัญชา) จะสูบตอนเย็นก่อนอาหาร ทำให้เจริญอาหารดีมากแต่แปลกกินมากเท่าไหร่ ก็ไม่อ้วนและสูบก่อนนอนทำให้หลับดีง่ายและหลับลึก และยังนำไปต้มกับแกงไก่ หรือแกงเนื้อต่างๆ ได้ดีด้วยรสชาติอาหารดีขึ้น หลังจากสูบหรือทานอาหารแล้วจะมีอาการคอแห้งตาแดง กระหายน้ำบ่อยๆ เมื่อสูบแล้วอารมณ์จะดีคิดบวกหรือจินตนาการที่เหนือจริง สุขุม อารมณ์ดีคุยกับใครก็สนุกยิ้มตลอดเวลา ตอนชมหรือตลกจะขำมากกว่าคนที่ไม่สูบ"


ประสบการณ์จากคุณหนึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี


“ขอแจ้งประโยชน์ของกัญชาตามชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่ดังนี้

  1. ช่วยให้นอนหลับง่าย ใช้กับคนฟุ้งซ่านเจ็บป่วย

  2. ช่วยให้เจริญอาหาร ใส่ในอาหาร แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ก๋วยเตี๋ยว ทำกินอร่อย

  3. ลดความเจ็บปวด จากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ

  4. ทำให้อารมณ์ดี สบายใจ คนสูบกัญชาจะมีอาการคอแห้งหิวน้ำ"


ประสบการณ์จาก หลวงพ่อ


"เรื่องของกัญชามีโยมที่บ้านท่านสูบ เมื่อท่านจะเปลี่ยนน้ำกระบอกกัญชามีคนบอกให้ท่านเอาน้ำในกระบอกเก็บไว้ โบราณควายวัวเป็นพยาธิผอมแห้งแรงน้อยจะเอาน้ำในบอกกัญชามากรอกวัวควาย ก็จะหายจากเป็นพยาธิ พี สมบูรณ์ และเด็กเป็นซางพุงโรหัวโตก็จะเอาน้ำในบอกกัญชามาให้เด็กอาบก็จะหาย อาการปวดหัวเป็นไข้เอากัญชามาต้มกินหายปวดหัว"


อย่างที่ทุกท่านได้มีประสบการณ์กับการใช้กัญชากับเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันว่า กัญชาไม่สามารถทำให้คนมีความคิดรุนแรงต่อผู้อื่นได้ นอกเสียจากมีการใช้สารเสพติดชนิดอื่นที่ไม่ใช่กัญชา แต่เพียงแค่นำมาเป็นข้ออ้าง ให้กัญชายังเป็นนักโทษในสายตาผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับมัน


 
แหล่งข่าวอ้างอิงจาก : ข่าวเพจ One31

ผลวิเคราะห์อ้างอิงจาก : "วารสารกรมการแพทย์" ปีท่ี 42 ฉบับท่ี 4 กรกฎาคม-สิงหาคม 2560 โดยภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่นี่...
การเสพติดกัญชาและผลกระทบโดยโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กรมการแพทย์
.pdf
ดาวน์โหลด PDF • 2.84MB

ผลสำรวจทางการแพทย์ อ้างอิงจากหนังสือ "กัญชาทางการแพทย์” เขียนโดย ไมเคิล แบกเกส (คำนิยมโดย นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) (หน้าที่ 42-43)

เนื้อหาสรุปอ้างอิงจาก : หนังสือในเครืออภัยภูเบศร “บันทึกของแผ่นดิน ๑๒ กัญชา และผองเพื่อน สมุนไพร...เพื่อระบบประสาท และจิตใจ” โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร (หน้าที่ 40, 61-62)


ดู 161 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page